• การออมเงินด้วยการหยอดกระปุกโดยแบ่งตามเป้าหมายของตนเอง

    จากบทความที่แล้วที่เราได้เสนอไป มาถึงบทความนี้เราขอเสนอเกี่ยวกับ การออมเงินด้วยการหยอดกระปุกโดยแบ่งตามเป้าหมายของตนเอง การออมเงินแบบนี้คุณสามารถเลือกที่จะแบ่งการออมออกเป็นส่วนต่างๆ อาจไม่ใช่เพียงเพื่อการเก็บเงินเพื่ออนาคตเท่านั้นแต่อาจรวมถึงการออมเงินเพื่อเป้าหมายในชีวิตในด้านต่างๆ ได้ เช่น เพื่อการท่องเที่ยว เพื่อการทำกิจกรรมสังคม เพื่อเลี้ยงดูบิดามารดาหรือแม้กระทั่งเพื่อการซื้อสินค้าเพื่อตัวเราเอง สิ่งเหล่านี้เราสามารถทำได้ถ้าเราตั้งใจจริง วิธีการทำนั้นได้ไม่ยาก เพียงแค่คุณลองหากระปุกออมสินหรือกล่องเก็บเงินมาหลายๆ กล่อง แล้วนำเงินที่คุณมีมาหยอดลงในกระปุกหรือกล่องเหล่านั้น หยอดไปเรื่อยๆ หยอดเท่าที่มีหรือตามคุณตั้งใจไว้โดยแต่ละกระปุกหรือแต่ละกล่องจะมีการเขียนโน้ตบอกไว้ว่าเพื่อวัตถุประสงค์อะไร หยอดเงินไปเรื่อยๆ จนกว่าจะครบกำหนด ยิ่งหยอดหรือเก็บได้มากยิ่งดีสำหรับตัวคุณเองมากเท่านั้น เมื่อครบกำหนดเราลองมานับเงินกันดูนะค่ะว่าเรามีเงินเท่าไรหรือหากใครที่ชอบแบบนับเงินไปพร้อมๆ กับการหยอดเงินก็ได้ค่ะ แบบนี้ก็จะทำให้เราสามารถทราบได้ว่าเราขาดเงินไปเท่าไรถึงจะพอกับวัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้ การทำแบบนี้จะทำให้คุณสามารถคำนวณยอดเงินได้แบบคร่าวๆ เช่น หากคุณตั้งใจไว้แล้วว่าปลายปีนี้ (เริ่มเก็บเงินเดือนมกราคมของปีนั้น) คุณจะไปเที่ยวเกาหลีใต้ซึ่งต้องใช้เงินอย่างน้อย 40,000 บาท คุณก็ตั้งใจเก็บไปเลยเก็บอย่างน้อยวันละ 120 บาท 1 ปีมี 360 วัน คุณก็จะได้เงินเป็นจำนวน 43,200 บาท เห็นไหมค่ะว่าเพียงเท่านี้คุณก็สามารถมีเงินไปเที่ยวเกาหลีใต้ได้ตามที่คุณตั้งใจไว้ได้แล้ว ลองทำดูสิค่ะวิธีนี้อาจช่วยทำให้คุณใช้ชีวิตการเงินเพื่อเป้าหมายที่ตั้งไว้ได้ง่ายมากขึ้น


  • อยากเกษียณเร็วทำอย่างไร

    หากคุณวางแผนเก็บเงินเพื่อการเกษียณอายุเอาไว้อยู่แล้ว แต่ก็มีความคิดว่าอยากเกษียณให้เร็วขึ้น เพื่อที่จะได้มีเวลาไปทำในสิ่งที่ตัวเองชอบ และที่สำคัญสถานการณ์ของการทำงานในปัจจุบันนี้ ก็มีโอกาสที่สถานการณ์จะบังคับให้คุณต้องเกษียณเร็วขึ้นว่าเดิม ดังนั้นยิ่งเริ่มต้นวางแผนทางการเงินเพื่อเกษียณอายุได้เร็วเท่าไหร่ ก็จะยิ่งทำให้คุณมีโอกาสสบายมากกว่าคนอื่นมากขึ้นเท่านั้น
    มาดูขั้นตอนกันว่า ถ้าอยากเกษียณเร็วต้องทำอย่างไรกันดี
    1. เมื่อทำงานมีเงินเดือนแล้ว ให้เริ่มเก็บเงินสักระยะหนึ่งก่อนและนำเงินไปลงทุนเพื่อให้งอกเงยขึ้นมา อย่างเช่น ทำงานในปีแรกมีเงินเดือน 15,000 บาทหากเก็บเงินออมประมาณ 10%ของเงินเดือน จะมีเงินเก็บในปีแรก 18,000 บาท และเมื่อปีต่อไปที่เงินเดือนเพิ่มขึ้นก็สามารถเก็บเงินเพิ่มขึ้นได้
    2. นำเงินรายได้ในแต่ละเดือนไปลงทุนที่ให้ผลตอบแทนอย่างน้อย 5 % ต่อปี ซึ่งอาจใช้วิธีการออมหุ้นแบบ DCA หรือลงทุนซื้อกองทุนรวมเพื่อให้เงินงอกเงยมากยิ่งขึ้น
    3. ทำงานในช่วงแรกๆอย่าเพิ่งคิดที่จะผ่อนบ้าน ผ่อนรถ ควรเก็บเงินไปลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ โดยเลือกพื้นที่ที่มีความต้องการในการเช่าสูง และในช่วงแรกๆอาจไม่ต้องซื้ออสังหาริมทรัพย์ในราคาสูงนัก จากนั้นจึงปล่อยให้เช่าเพื่อให้ได้กระแสเงินสดเข้ามาในแต่ละเดือน และเมื่อเวลาผ่านไปก็สามารถขายต่อได้
    4. ออมเงินในกองทุนสำรองเลียงชีพให้เต็มจำนวน รวมถึงการลงทุนในกองทุน RMF ซึ่งเป็นกองทุนเลี้ยงชีพที่ส่งเสริมให้มีการออมระยะยาวเพื่อการเกษียณ ซึ่งให้ประโยชน์ทางด้านภาษีเพื่อให้คุณมีเงินเหลือเก็บและลงทุนมากยิ่งขึ้น
    การออมอย่างต่อเนื่องการลงทุนอย่างชาญฉลาด จะช่วยให้คุณเกษียณอายุได้อย่างสบาย และมีหนทางที่จะสร้างความมั่งคั่งได้อย่างยั่งยืน ช่วยให้คุณเกษียณอายุได้เร็วขึ้นและมีความมั่นคงทางการเงินมากขึ้นด้วย


  • ออมเงินให้รวย

    เชื่อว่าหลายคนคงอยากที่จะมีเงินล้านให้ได้อย่างคนอื่นเขาบ้าง แน่นอนว่าการที่คุณจะมีโอกาสได้แตะเงินล้านสักก้อนนั้นไม่ยากเลยขอเพียงแค่คุณเป็นคนหนึ่งที่มีความตั้งใจ มีความขยัน อดทนและอดออม เราเชื่อว่าคุณก็สามารถเป็นอีกหนึ่งคนที่รวยได้ วันนี้เราจึงขอเสนอทางเลือกการออมเงินดีๆ ให้กับคุณเผื่อคุณจะสนใจลองนำไปใช้กันนะค่ะ
    การออมเงินด้วยสิ่งที่เป็นทรัพย์สิน
    การออมในลักษณะนี้เป็นการออมแบบที่คุณสามารถจับต้องสิ่งนั้นๆ ได้ คุณสามารถเปลี่ยนเงิน
    ที่คุณมีให้กลายเป็นสิ่งที่สามารถเพิ่มยอดต่อไปได้ อาทิเช่น การออมเงินด้วยการตัดสินใจซื้อที่ดิน ซื้อที่นาต่างๆ ฯลฯ สิ่งเหล่านี้ในช่วงแรกที่คุณซื้อมาอาจมีราคาไม่สูงมาก บางแห่งอาจจะราคาถูกมากจนคุณแทบไม่เชื่อสายตาเลยทีเดียว ซึ่งเพียงแค่คุณตัดสินใจที่จะลงทุนซื้อที่นั้นๆ มาเก็บไว้พอถึงวันหนึ่งที่คุณต้องการเงินหรือช่วงนั้นราคาที่ดินอัพสูงขึ้น คุณอาจได้กำไรมากมายจากที่ดินเหล่านี้ก็ได้
    การออมเงินด้วยการปล่อยเป็นเงินกู้แทน
    การออมเงินอีกรูปแบบหนึ่งที่มีหลายคนน่าจะกำลังทำก็คือ การปล่อยเงินให้ผู้อื่นกู้หรือ
    หยิบยืมต่อนั่นเอง ในส่วนนี้เราขอแนะนำว่าควรเป็นการกู้แบบถูกกฎหมาย ไม่ใช่การกู้นอกระบบที่มีการตามทวงหนี้ มีการฆ่าฆ่ากันแต่อย่างใด หากคุณอยากที่จะทำแบบนี้ควรมีสัญญาการกู้ยืมเงินที่ชัดเจน เพราะหากเมื่อใดลูกหนี้ของคุณไม่ยอมจ่ายหรือที่เรียกกันง่ายๆ ว่าหนีหนี้แล้วละก็ คุณก็สามารถนำเอกสารเหล่านั้นไปเป็นหลักฐานเพื่อการฟ้องร้องตามกฎหมายต่อไปได้ ซึ่งนอกจากการให้คนอื่นกู้ยืมแล้วอีกทางเลือกหนึ่งที่เราขอแนะนำ คือ การเลือกซื้อพันธบัตรรัฐบาล เพราะการเลือกซื้อแบบนี้รัฐบาลจะจ่ายดอกเบี้ยให้กับเราเหมือนกับธนาคารทั่วไปแต่มักจะมียอดที่สูงกว่าธนาคารนั่นเอง


  • การออมเงินด้วยการฝากเงินไว้ที่คุณพ่อคุณแม่

    จากบทความที่แล้วที่เราได้เสนอไป มาถึงบทความนี้เราขอเสนอเกี่ยวกับ การออมเงินด้วยการฝากเงินไว้ที่คุณพ่อคุณแม่ วิธีการนี้เป็นอีกหนึ่งวิธีที่ได้ผลมากและดูจะได้ผลมากๆ เสียด้วย เพราะ การออมเงินแบบนี้หากคุณจะนำเงินที่ออมมาใช้คงทำได้ยาก เพราะต้องขออนุญาตหรือบอกกล่าวคุณพ่อคุณแม่ก่อนถึงจะได้เงินนั้นออกมาใช้ ซึ่งตามปกติคุณพ่อคุณแม่มักจะเป็นผู้ที่เก็บเงินได้เป็นอย่างดี รู้จักบริหารจัดการเงินได้มากกว่าลูก ยิ่งถ้าอะไรที่เกี่ยวข้องกับลูกของตนเองแล้วละก็ ยิ่งดูแลรายละเอียดมากยิ่งขึ้น ที่สำคัญคนเป็นพ่อเป็นแม่ย่อมอาบน้ำร้อนมาก่อน มีประสบการณ์ในการใช้ชีวิตและการเก็บเงินมากกว่าลูกๆ สำหรับการออมเงินแบบนี้นั้นเพียงแค่คุณคุณลองแบ่งเงินบางส่วนออกมาสักก้อน เช่น คุณมีเงินเดือน 15,000 บาทก็ลองแบ่งเงินสัก 2,000 บาทแล้วเอาไปฝากท่านทั้งสองหรือหากไม่สะดวกก็ให้ทำการโอนเงินเข้าบัญชีท่านทั้งสองไปเลย แต่ที่สำคัญ คือ คุณไม่ควรไปยุ่งกับเงินก้อนนั้นเลย (เป็นดีที่สุด) ห้ามเด็ดขาด ไม่อย่างนั้นคุณก็จะไม่มีเงินก้อนไว้ใช้ในอนาคตสมกับที่คุณตั้งเป้าหมายไว้ หากคุณเก็บเงินแบบนี้ไปเป็นระยะเวลาประมาณ 1 ปี คุณก็ได้เงินออมเป็นยอด 24,000 บาท แล้วถ้าหากเก็บเงินไปอีกสัก 5 ปีก็จะได้เงินออม 120,000 บาท เห็นไหมละค่ะว่าเงินหนึ่งแสนคุณก็สามารถมีได้ภายใน 5 ปีเท่านั้น ลองดูสักตั้งสิค่ะ ลองเอาเงินไปฝากคุณพ่อคุณแม่ดูสิค่ะ อาจได้ผลดีเกินคาดเชียวนะ (แถมดีไม่ดีคุณอาจกลัวหรือเกรงใจคุณพ่อคุณแม่จนไม่กล้าขอถอนหรือเบิกเงินเลยก็ได้นะค่ะ งานนี้คุณอาจมีเงินเป็นแสนๆ ใครจะไปรู้)


  • การวางแผนการเงิน…คุณทำได้

    ทั้งหมดที่กล่าวมาก่อนหน้านี้ในเรื่องของการวางแผนการเงินในทุกๆ ด้านนั้น คุณควรปฎิบัติตามแผนที่ได้วางไว้อย่างมีวินัยมากที่สุด โดยแผนการเหล่านี้จะไม่มีประโยชน์เลยถ้าคุณไม่เลือกที่จะใส่ใจ ไม่มีวินัยและไม่ซื่อสัตย์ต่อตัวเอง แผนที่วางไว้ยังไงก็เป็นแผนหากคุณไม่ทำก็ไร้ประโยชน์ การเงินของคุณก็จะไม่เป็นไปตามระเบียบ จะไม่สามารถควบคุม บริหารจัดการการเงินได้อย่างเป็นระบบ หากคุณไม่เริ่มตั้งแต่วันนี้ คอยแต่จะผลัดวันประกันพรุ่งไปเรื่อยๆ ปล่อยเวลา
    ให้ผ่านพ้นไปวันแล้ววันเล่าอย่างน่าเสียดาย คุณก็จะไม่สามารถบรรลุถึงสิ่งที่คุณวาดฝันไว้ได้ ไม่สามารถมีชีวิตการเงินที่ดีตามที่ตั้งใจไว้และสิ่งเหล่านี้ก็อาจจะส่งผลกระทบไปถึงการวางแผนในด้านอื่นๆ ในชีวิตของคุณได้อีกด้วย เงินเป็น
    เรื่องสำคัญหากคุณไม่ใส่ใจ ผลกระทบที่อาจตามมา คือ ชีวิตคุณก็จะพังลงเพราะตัวคุณเอง สิ่งสำคัญที่จะทำให้คุณสามารถก้าวผ่านอุปสรรค ก้าวผ่านปัญหาต่างๆ และนำพาคุณไปสู่ความสำเร็จตามแผนที่คุณวางไว้ได้คือ คุณต้องมี
    ความตั้งใจจริงที่จะทำให้ได้ตามแผน มีความตั้งใจที่จะเก็บเงินและปลดหนี้ให้ได้ มีเป้าหมายที่ชัดเจนโดยไม่ละทิ้งเป้าหมายนั้นเลยสักวัน คุณต้องมีกำลังใจที่เต็มเปี่ยม มีวินัยต่อตนเองเป็นที่ตั้ง รับผิดชอบต่อทุกการใช้จ่ายเสมอ หากคุณทำได้ตามที่วางแผนไว้ทั้งเรื่องของการจัดระเบียบชีวิต การออมเงิน การลงทุน ชีวิตคุณก็จะยิ่งเข้าใกล้ความฝันมากขึ้น
    เข้าใกล้เป้าหมายที่คุณรอคอยอย่างแน่นอน ขอเพียงคุณตั้งใจ,,,เราเชื่อว่าคุณทำได้


  • ปัจจัยที่ส่งผลต่อการออมเงิน

    จากบทความก่อนหน้านี้ที่เราได้เสนอไปเกี่ยวกับวิธีการออมเงินในรูปแบบต่างๆ ทั้ง 13 บทความนั้น สิ่งหนึ่งที่เราควรต้องตระหนักเมื่อจะทำการออมเงิน คือเรื่องของปัจจัยที่ส่งผลต่อการออมเงิน เพราะ สิ่งเหล่านี้อาจทำให้คุณไม่สามารถมีเงินหมื่น เงินแสนได้หากคุณไม่ปรับเปลี่ยนหรือหลีกเลี่ยงปัจจัยเหล่านี้ออกไปให้ได้ สำหรับปัจจัยที่ส่งผลต่อการออมเงินนั้น ได้แก่
    • การไม่รู้จักยับยั้งชั่งใจในการเลือกซื้อสิ่งของต่างๆ การใช้เงินสุรุ่ยสุร่าย ใช้เงินอย่างสิ้นเปลือง การใช้เงินอย่างคนไม่รู้ค่าของเงิน การไม่รู้จักเพียงพอ
    • การเห็นแก่ผู้อื่นมากเกินไปจนทำให้ตัวเองเดือดร้อน เช่น เอาเงินที่มีไปช่วยเหลือเพื่อน, การยอมให้เพื่อนยืมเงินโดยรู้อยู่แล้วว่าจะไม่ได้คืน เป็นต้น
    • การเป็นคนใจใหญ่ ชอบเลี้ยงคนนู้นคนนี้ คนประเภทนี้เป็นคนที่มีโอกาสเจอคนมาหลอกลวงได้ มีโอกาสเจอเพื่อนที่ไม่จริงใจเพื่อหวังผลประโยชน์จากตัวเองได้ง่าย
    • การไม่ยอมจน การเป็นทาสของวัตถุนิยม นั่นคือการพยายามสรรหาสิ่งของต่างๆ เพื่อมาอัพเกรดตัวเอง เช่น การยอมซื้อกระเป๋าใบละเป็นหมื่นเป็นแสนเพื่ออวดว่าตัวเองรวยทั้งที่จริงๆ แล้วตัวเองก็ไม่ได้มีเงินมากมาย ที่ซื้อมาก็ต้องไปหยิบยืมเงินจากคนอื่น, การซื้อรถยนต์เพื่ออวดว่าตัวเองก็เป็นคนมีฐานะทั้งที่จริงๆ แล้วตัวเองมีเงินเดือนเพียงหมื่นกว่าบาท ต้องมาผ่อนรถเดือนละ 5000-6000 บาทเพื่อซื้อหน้าตา ทำให้กลายเป็นคนหมุนเงินไม่ทัน ต้องมาลำบากในเรื่องของการกินการอยู่แทน


  • เริ่มต้นลงทุนอย่างเป็นสเต็ปที่ใครๆก็ทำได้

    การลงทุนเป็นสิ่งที่มีความจำเป็น เพราะการเก็บเงินเอาไว้ในธนาคารเพียงอย่างเดียวในทุกวันนี้ถือว่าไม่คุ้มค่า เพราะอัตราดอกเบี้ยที่ได้จากเงินฝากลดน้อยลงทุกวัน อีกทั้งอัตราเงินเฟ้อที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆทำให้เงินที่ฝากไว้มีค่าลดน้อยลงไปเรื่อยๆ ดังนั้นจึงต้องมีการนำเงินมาลงทุนเพื่อให้มีเงินงอกเงยมากขึ้น และยังสร้างโอกาสที่จะมั่งคั่งในอนาคตข้างหน้าต่อไปอีกด้วย
    หลายคนคิดว่าการลงทุนเป็นเรื่องยุ่งยากและยากต่อการทำความเข้าใจ ซึ่งหากทำความเข้าใจกับสเต็ปการลงทุนต่อไปนี้ก็จะพบว่าการลงทุนไม่ใช่เรื่องที่ยากเกินไปเลย ดังนั้นมาเริ่มต้นกันเลยดีกว่า
    1. ลดความเสี่ยงด้วยการศึกษาหาความรู้ ก่อนลงทุนควรหาความรู้เกี่ยวกับการลงทุนให้มากพอ ซึ่งสามารถทำได้ด้วยการลงทุนซื้อหนังสือมาอ่านและหาความรู้จากมืออาชีพ
    2. สำรวจตัวเองว่ายอมรับความเสี่ยงได้แค่ไหน เพื่อให้สามารถเลือกช่องทางการลงทุนให้เหมาะกับตัวเองมากที่สุด ดังต่อไปนี้
    • ยอมรับความเสี่ยงได้ต่ำ ควรเลือกลงทุนที่เน้นการรักษาความปลอดภัยในการลงทุนเป็นหลัก เช่น เงินฝากประจำที่ให้ดอกเบี้ยมากกว่าเงินฝากทั่วไป และตราสารหนี้
    • ยอมรับความเสี่ยงได้ปานกลาง เลือกลงทุนที่ให้ผลตอบแทนที่สูงขึ้นและเพิ่มมูลค่าของเงินลงทุนได้บางส่วน เช่น ลงทุนในตราสารหนี้และตราสารทุน
    • ยอมรับความเสี่ยงสูงๆได้ หวังผลตอบแทนจากการลงทุนมากขึ้น และต้องการสร้างความเติบโตให้กับเงินลงทุน สามารถเลือกลงทุนได้ในตราสารทุนและอนุพันธ์
    3. กำหนดเป้าหมายในการลงทุนและจัดสรรเงินลงทุนในจำนวนที่พอเหมาะ
    4. เปิดบัญชีเพื่อการลงทุน และติดตามผลการลงทุนอย่างสม่ำเสมอ รวมทั้งกระจายความเสี่ยงในการงทุน ไม่ทุ่มเงินลงในการลงทุนเพียงชนิดเดียว
    ขั้นตอนง่ายๆเหล่านี้ เป็นบันไดขั้นต้นในการเริ่มลงทุนสำหรับมือใหม่ได้เป็นอย่างดี


  • ลองออมเงินสักวันละ 20 บาท

    คุณเคยคิดไหมว่า เอ๊ะ! ทำไมเราถึงไม่มีเงินอย่างคนอื่นเขา ทำไมเราถึงไม่รวยเสียที บางคนโทษนู้นโทษนี่ โทษโชคชะตา โทษคนอื่น เอางี้ดีไหมค่ะ คุณลองหันมาทบทวนพิจารณาดูตัวเองว่า ตอนนี้คุณมีเงินออมเท่าไร ถ้ายังไม่มีลองเริ่มทำการออมเงินดูสักก้อนดูไหมค่ะ ลองดูว่าเราจะทำได้หรือไม่ วันนี้เราขอเสนอวิธีการออมเงินให้กับคุณๆ ได้ลองนำไปใช้ดูนะค่ะเผื่อจะช่วยทำให้คุณมีเงินเก็บได้สักก้อนนึงนะค่ะ วิธีแรก ที่เราขอเสนอ คือ ลองออมเงินวันละ 20 บาทดูสิค่ะ การออมเงินแบบนี้อาจดูน้อยนิดสำหรับหลายๆ คนแต่เชื่อหรือไม่ว่าเจ้าแบงค์ 20 บาทนี่ละค่ะที่จะทำให้คุณมีเงินออมจนอาจจะนำไปสู่การกลายเป็นเงินหมื่นเงินแสนได้ ลองคิดดูนะค่ะหากคุณเก็บวันละ 20 บาทเป็นระยะเวลา 1 เดือน ( 30 วัน) จะได้เดือนละ 600 บาท ลองออมเงินดูสัก 1 ปีดูสิค่ะ คุณก็จะมีเงินมากประมาณ 7,300 บาทเลยนะค่ะ หากเก็บไปอีกสัก 10 ปี จะมีเงินเก็บประมาณ 73,000 บาท เห็นไหมละค่ะ ว่าเพียงเท่านี้คุณก็มีเงินหมื่นได้เหมือนคนอื่นๆ เขา แต่สิ่งที่เป็นสิ่งสำคัญสำหรับการออมแบบนี้คือเรื่องของความสม่ำเสมอ ความมีวินัยและความรับผิดชอบทางด้านการออมเงิน คุณต้องใส่ใจในเรื่องนี้อยู่เสมอ อย่าผลัดวันประกันพุ่ง อย่ามีข้ออ้างใดๆ ในการเก็บเงิน อย่าตามใจตัวเองเด็ดขาด เงินก้อนนี้ต้องไม่นำไปใช้เลยเด็ดขาดแล้วนั่นจะทำให้คุณสามารถเป็นอีกคนหนึ่งที่ประสบความสำเร็จด้านการออมเงินได้เช่นกัน


  • เริ่มต้นวางแผนทางการเงินฉบับมือใหม่

    การวางแผนทางการเงินนั้นเป็นเรื่องสำคัญที่ทุกๆคนควรทำ เพราะไม่ว่าใครก็ต้องการความมั่นคงในชีวิตกันทั้งนั้น และรากฐานสำคัญของความมั่นคงเหล่านั้นก็ต้องใช้เงินเป็นหลัก การวางแผนทางการเงินจะทำให้คุณจัดระบบการใช้ชีวิตได้ดีขึ้น มีรายได้ที่เพียงพอกับค่าใช้จ่าย และมีเงินเก็บสำรองไว้ใช้ในยามฉุกเฉิน รวมถึงมีการลงทุนที่ให้รายได้อย่างต่อเนื่องแม้จะไม่ได้ทำงานแล้วก็ตาม
    การวางแผนทางการเงินเป็นเรื่องที่ทำได้ง่ายๆ ซึ่งคุณต้องลงมือทำเสียตั้งแต่วันนี้เพื่อความมั่นคงของชีวิตในวันข้างหน้า
    ประเมินสถานะการเงินของตัวเอง
    เริ่มต้นจากการทำบัญชีรายรับรายจ่ายและหนี้สินที่มีทั้งหมด เพื่อให้รู้ว่าในแต่ละเดือนคุณมีรายรับที่เพียงพอกับรายจ่ายหรือไม่ มีเงินเหลือสำหรับเก็บออมและลงทุนเท่าไหร่ เพื่อให้ทราบฐานะทางการเงินที่แท้จริงของตัวเอง จะได้รู้ว่าต้องตัดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นส่วนไหนลง หรือต้องหารายได้เพิ่มขึ้นเท่าไหร่เพื่อให้พอกับค่าใช้จ่าย
    ตั้งเป้าหมายทางการเงิน
    โดยอาจแบ่งออกเป็นเป้าหมายระยะสั้น,ระยะกลาง และ ระยะยาว เช่น เป้าหมายระยะสั้น คือการปลดหนี้บัตรเครดิตและมีเงินเก็บให้มากขึ้น เป้าหมายระยะกลาง คือ เก็บเงินเพื่อสร้างครอบครัว แต่งงาน และเป้าหมายระยะยาว คือการซื้อบ้าน และออมเงินเพื่อเกษียณ
    ทำตามแผนเพื่อไปให้ถึงเป้าหมาย
    เริ่มจากการประหยัดค่าใช้จ่าย หารายได้เพิ่ม และเก็บออมเงินให้ได้ตามเป้าหมายที่ต้องการโดยเคร่งครัด แต่ในขณะเดียวกันก็อาจจะมีการปรับเปลี่ยนแผนให้เป็นไปตามสถานการณ์ เช่น อัตราดอกเบี้ยที่เพิ่มสูงขึ้น ทำให้เงินที่ต้องจ่ายค่างวดมากขึ้น จึงต้องประหยัดหรือหารายได้เสริมเพื่อไม่ให้กระทบกับค่าใช้จ่ายส่วนอื่นๆ


  • จัดพอร์ตลงทุนด้วยตัวเองอย่างมืออาชีพ

    การจัดสรรพอร์ตลงทุนให้เหมาะกับตัวเองนั้นเป็นสิ่งสำคัญ เพราะจะทำให้คุณไปถึงเป้าหมายของการลงทุนอย่างที่ต้องการ และจัดระดับความเสี่ยงให้อยู่ในระดับที่สามารถยอมรับได้ ซึ่งการจัดพอร์ตลงทุนที่ดีนั้น สิ่งสำคัญคือจะต้องมีการกระจายความเสี่ยงอย่างเหมาะสม ไม่เทเงินไปกับการลงทุนเพียงรูปแบบเดียว และในขณะเดียวกันก็มีสัดส่วนการลงทุนที่สอดคล้องกับเป้าหมายที่ตั้งเอาไว้ นอกจากนี้ยังต้องมีความยืดหยุ่น สามารถปรับพอร์ตให้เข้ากับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงได้
    แนวทางการจัดพอร์ตลงทุนให้เหมาะสมสามารถทำได้ตามแนวทางดังต่อไปนี้
    1. นักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้ต่ำ ควรจัดพอร์ตแบบที่มีความเสี่ยงน้อย ลงทุนอย่างระมัดระวังไว้ก่อน โดยอาจนำเงินไปฝากประจำไว้ประมาณ 40 %ของเงินลงทุน ที่เหลือก็นำไปลงทุนในตราสารหนี้ที่มีความเสี่ยงต่ำประมาณ 50 % และอีก 10 % ลงทุนในหุ้น
    2. นักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้ปานกลาง จัดพอร์ตที่ระมัดระวังเหมือนเดิม แต่เริ่มเน้นการลงทุนที่ได้ผลตอบแทนมากขึ้น โดยนำเงินไปฝากบัญชีประจำไว้ 30 % ที่เหลือนำไปกระจายการลงทุนในตราสารหนี้ประมาณ 40 % และลงทุนในหุ้นอีก 30 %
    3. นักลงทุนที่รับความเสี่ยงสูงๆได้ จัดพอร์ตลงทุนที่เน้นผลตอบแทนมากขึ้น ด้วยการงทุนในหุ้น 60% ไปจนถึง 80 % ของเงินลงทุนทั้งหมด ที่เหลือนำไปลงทุนตราสารหนี้ประมาณ 20 %- 30% และเงินฝากประจำประมาณ 10% -15 % ก็พอ
    แนวทางการจัดพอร์ตลงทุนดังกล่าว เป็นเพียงไอเดียขั้นต้นที่คุณสามารถนำไปปรับใช้ในการจัดพอร์ตการลงทุนที่เหมาะกับตัวเองที่สุดได้ รวมถึงปรับระดับการลงทุนให้เหมาะกับสถานการณ์เพื่อลดความเสี่ยงที่ไม่จำเป็น


  • ออมเงินให้รวย 2

    ในบทความที่แล้วเราได้ลองเสนอเกี่ยวกับวิธีการออมเงินไปแล้ว 2 รูปแบบ มาในบทความนี้เราจะขอเสนอวิธีการออมเงินอีก 2 รูปแบบเพื่อเป็นทางเลือกให้กับคุณๆ ที่อยากจะรวยด้วยการออมเงินกันบ้างนะค่ะ
    การออมเงินด้วยการนำเงินไปเล่นหุ้น
    การออมเงินแบบนี้หากใครที่ตัดสินใจที่จะเล่นแล้วละคุณต้องเป็นคนกล้าได้กล้าเสีย กล้าลงทุนเพราะถือว่าการออมแบบนี้อยู่บนพื้นฐานของความเสี่ยง ในการเล่นหุ้นนั้นคือการที่เราเอาเงินไปลงทุนซื้อหุ้นหรือการเข้าไปร่วมเล่นหุ้นกับบริษัทต่างๆ หรือตลาดหลักทรัพย์เพื่อเก็งเอากำไร การเล่นหุ้นนั้นถือว่าเป็นอีกหนึ่งสิ่งที่จะทำให้คุณได้รับเงินกำไรจำนวนมาก ซึ่งหากคุณเป็นคนหนึ่งที่สนใจในด้านนี้เราขอแนะนำว่าก่อนที่คุณจะตัดสินใจเล่นหุ้นกับที่ใดๆ ก็ตามควรศึกษารายละเอียดก่อนการลงทุนทุกครั้ง ควรศึกษาถึงสภาพเศรษฐกิจของประเทศและของโลกด้วยและสิ่งสำคัญ คือ คุณต้องตระหนักไว้ว่าเมื่อคุณมีโอกาสได้กำไรจำนวนมาก คุณก็อาจมีโอกาสที่จะสูญเสียเงินได้มากเช่นกัน ดังนั้นหากคุณอยากออมเงินแบบนี้แล้วละก็ต้องลองถามใจตัวเองดูก่อนว่า คุณกล้าพอไหมที่จะเสี่ยง…
    การออมเงินด้วยการซื้อสิ่งต่างๆ
    ลองเปลี่ยนการออมแบบธรรมดาให้กลายเป็นการนำเงินมาซื้อสิ่งต่างๆ แทนดูสิค่ะแต่ต้องเป็น
    สินค้าที่จำเป็นและมีมูลค่า สามารถต่อยอด สามารถมีมูลค่าเพิ่มขึ้นได้ในอนาคต เช่น การเลือกสะสมพวกพระเครื่อง, การซื้อผลงานศิลปะ, การสะสมของเก่าและพวกของโบราณต่างๆ เป็นต้น เพราะสิ่งของเหล่านี้มักเป็นที่ต้องการของตลาดพอสมควรและมักจะหากำไรได้พอประมาณ บางคนอาจซื้อสิ่งของมาเพียงไม่กี่พันแต่เวลาขายกลับขายได้หลายหมื่น ดีไม่ดีอาจขายได้เป็นแสนก็ได้ สิ่งนี้ก็อาจจะเป็นการช่วยเพิ่มรายได้ให้กับคุณได้อีกเช่นเดียวกัน